แบงก์กสิกรไทย ประกาศนั่งแท่นเบอร์ 1 สินเชื่อเอสเอ็มอีต่อไป ลั่นอีก 3 ปี ครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 30 %
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) เป็น 30 % ของตลาดรวม จากปัจจุบันมีอยู่ที่ 27 % เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ของสินเชื่อเอสเอ็มอีต่อไป โดยในปีหน้า (2553) ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นสุทธิ 30,000 ล้านบาท หรือ 8-10 % ทำให้สิ้นปีหน้ายอดสินเชื่อเอสเอ็มอี เพิ่มขึ้นเป็น 390,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 19 % หรืออยู่ที่ 23,000 ล้านบาท
“ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นที่หนึ่งในใจผู้ประกอบการ SME (Bank for SME) ซึ่งสิ่งที่จะยืนยันได้ก็คือ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ในอีก 3 ปี การเป็น The Most Trusted Bank For SME ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในการใช้บริการ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า (Main Bank)”รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าว
สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งระบบในปีนี้คาดว่าจะติดลบ 1.4 % ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4-5 % โดยเดือนนี้ธันวาคมนี้ ความต้องการสินเชื่อที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และจะดีต่อเนื่องจนถึงปีหน้า โดยเฉพาะโครงการไทยเข็มแข็ง ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และค้าวัสุดก่อสร้างเริ่มเข้ามาขอใช้สินเชื่อ ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรทั้งยางพารา ข้าว และมันสำปะหลัง ดีขึ้น ทำให้ความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนเพิ่มขึ้นด้วย นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า งปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2.3-3.5 % ซึ่งในช่วงแรกจะได้รับแรงขับเคลื่อนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ส่วนการส่งออกและลงทุนจะเริ่มเห็นผลในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 โดยธุรกิจส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวได้แก่ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตสูงถึง 80 % ทำให้ต้องขยายการลงทุน ขณะที่ธุรกิจอาหารแปรรูปก็ยังมีแนวโน้มที่มีอัตราเติบโตที่ดี
ที่มา:http://www.norsorpor.com/ข่าว/m1791671/%A1%CA%D4%A1%C3%E4%B7%C2%BB%C3%D0%A1%D2%C8%C5%D8%C2%CA%D4%B9%E0%AA%D7%E8%CD%E0%CD%CA%E0%CD%E7%C1%CD%D5
คำถามท้ายเรื่อง
1.ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นที่หนึ่งในใจผู้ประกอบการ SME ที่จะยืนยันได้ก็คือ..
2.โครงการใดทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และค้าวัสุดก่อสร้างเริ่มเข้ามาขอใช้สินเชื่อ
3.ช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 โดยธุรกิจส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวได้แก่ธุรกิจ
คำตอบคือ
ตอบลบ1.การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ในอีก 3 ปี การเป็น The Most Trusted Bank For SME ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในการใช้บริการ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า (Main Bank)”รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย
2.โครงการไทยเข็มแข็ง
3.ธุรกิจส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวได้แก่ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
นางสาวนิษา สัมพันธุ์เจริญ เลขทะเบียน 4902100546
คำตอบคือ
ตอบลบ1. การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ในอีก 3 ปี การเป็น The Most Trusted Bank For SME ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในการใช้บริการ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า(Main Bank)
2.โครงการไทยเข็มแข็ง
3.ธุรกิจส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวได้แก่ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
อณุภา จิตติพัฒนกุลชัย 5002100095
ข้อ1.การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ในอีก 3 ปี การเป็น The Most Trusted Bank For SME ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในการใช้บริการ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า(Main Bank)
ตอบลบข้อ2.โครงการไทยเข็มแข็ง
ข้อ3.ธุรกิจส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวได้แก่ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
นส.ทพัฒสร พลอยส่งศรี เลขทะเบียน 4902100516
ตอบ
ตอบลบ1.การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 30% ในอีก 3 ปี การเป็น The Most Trusted Bank For SME ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในการใช้บริการ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า (Main Bank)”รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย
2.โครงการไทยเข็มแข็ง
3.ธุรกิจส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวได้แก่ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
นางสาวธารารัชน์ เกษตรธรรม ID 4902100142